“สิงห์” เนื้อหอม! กวาด 4 บิ๊กเนมพรีเมียร์ลีก หลังจับมือเป็นพาร์ทเนอร์ แมนฯซิตี้ หวังเพิ่มฐานแฟนบอลเหมือน “ผีแดง-สิงห์บลูส์”

Tue 06 Oct 2015 16:51 pm View: 1,355

           นายภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกับ มร.ดาเมี่ยน วิลลูบี้ (Mr. Damian Willoughby) Director of Partnerships Asian and Pacific ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวและเซ็นสัญญาเป็นออฟฟิเชียลพาร์ทเนอร์ ระหว่าง สิงห์ กับ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร้านเอส 33 เดอะไนน์ พระราม 9 เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา

 
          ซึ่งการเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ในครั้งนี้ นายภูริต เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ “สิงห์” กับลีกฟุตบอลอันดับ 1 ของโลกอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ระดับโลกของคนไทย และความเป็นผู้นำด้านในด้านสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งอันดับ 1 ของประเทศไทย  ก่อนหน้านี้ “สิงห์” ได้เข้าไปเป็นโกลบอลพาร์ทเนอร์ กับ สามสโมสรชื่อดังในพรีเมียรลีกอังกฤษ อย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, “สิงห์บลูส์” เชลซี และ “จิ้งจอกมหาภัย” เลสเตอร์ ซิตี้ รวมทั้งการเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์ กับกีฬาชั้นนำอย่าง พรีเมียร์ชิพรักบี้ อังกฤษ, กีฬาดาร์ท (ปาเป้า) ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในอังกฤษ
 
          “จากการที่ สิงห์ เซ็นสัญญาเป็นโกลบอลพาร์ทเนอร์ กับ แมนฯยูไนเต็ด และเชลซี ก็มีข้อเสนอต่าง ๆ เข้ามามากมายทั้งในพรีเมียร์ลีก, เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลา ลีกา สเปน ทำให้ปีนี้ สิงห์ ช็อควงการด้วยการเซ็นสัญญาร่วมมือกับ แมนฯซิตี้ ทีมคู่แข่งร่วมบารมีกับ แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งที่จริงแล้ว สิงห์ กับ แมนฯซิตี้ เราเคยร่วมงานกันมาแล้วเมื่อปี 2007 โดยครั้งนี้เป็นการเติบโตในการร่วมมือและพัฒนากันหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของฐานแฟนบอล และการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เราสามารถทำงานกับทีมระดับโลกได้เป็นอย่างดี นับตั้งแต่เซ็นสัญญากับ แมนฯยูไนเต็ด ปี 2009 และเชลซี ปี 2010” คุณภูริต กล่าว
 
          ทางด้าน มร.ดาเมี่ยน กล่าวว่า “แมนฯซิตี้ ได้เข้ามาเจรจาเพื่อให้ สิงห์ มาเป็นออฟฟิเชี่ยล พาร์ทเนอร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการทำงานครั้งสำคัญอีกครั้งของสโมสร ซึ่งทีมของเรากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นทั้งผลงานในสนาม และเรื่องธุรกิจต่างๆ ที่จะต้องสร้างฐานการเติบโตของแฟนบอล โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย ถือเป็นตลาดใหญ่ ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเซ็นสัญญาครั้งนี้จะเป็นผลดีร่วมกันทั้ง แมนฯซิตี้ และสิงห์”
 
          ความร่วมมือของบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฐานะออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์ ในครั้งนี้มีระยะเวลา 4 ปีเต็ม  โดยได้รับสิทธิในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตราสิงห์ภายในสนามซิตี้ออฟสเตเดี้ยม หรือเอติฮัตสเตเดี้ยม ในจุดขายทั้งหมด พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆมากมาย อาทิ ใช้ตราสโมสรและภาพนักเตะสำหรับการทำกิจกรรมและประชาสัมพันธ์แบรนด์, สามารถใช้นักเตะของสโมสรในการถ่ายโฆษณา และป้าย LED ตราสัญลักษณ์ “สิงห์” ข้างสนาม ซึ่งจะเป็นการประชาสัมพันธ์ แบรนด์ไทยสู่สายตาแฟนบอลผ่านทางการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับสโมสร ที่ทำให้แฟนฟุตบอลชาวไทยได้ใกล้ชิดนักเตะของสโมสรมากยิ่งขึ้น เช่น มีทแอนด์กรีท และ กิจกรรมฟุตบอลคลีนิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมพัฒนานักเตะในระดับเยาวชน ด้วยการส่งเยาวชนไทยเข้าโปรแกรมฝึกของแมนฯซิตี้ อีกด้วย
 
          ประวัติของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อตั้งปี 1880 ในนาม “เซนต์มาร์กส์ (เวสต์กอร์ตัน)” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น “อาร์ดวิค เอเอฟซี” ในปี 1887 และมาเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบเต็มขั้น ปี 1984 ซึ่งการใช้ชื่อว่า “แมนเชสเตอร์” นำหน้าก่อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เป็นทีมประจำเมืองไปโดยปริยาย โดย แมนฯซิตี้ เริ่มเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกและรู้จักในประเทศไทย เมื่อ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ไปซื้อทีม ก่อนจะปล่อยให้กับกลุ่ม Abu Dhabi United Group นำโดย ชีค มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ในปี ค.ศ. 2008 ก็ได้มีการลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อปรับรูปโฉมของทีมขึ้น โดยก่อนยุค ชีค จะเข้ามาเทคโอเวอร์ แมนฯซิตี้ ได้แชมป์ลีก 2 หน แต่พอ ชีค มาทำทีมก็ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย พร้อมด้วย เอฟเอ คัพ 1 สมัย และลีกคัพ 1 สมัย
 
 
 
 
 
Singha@Phuket
Singha@Phuket